พบธรรม พบธรรม


ข้อมูลเจ้าของประกาศ/ผู้โพส

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
    • ดูรายละเอียด
  • ชื่อ-นามสกุล: อ๊อด BR
  • เบอร์ติดต่อ/โทรศัพท์มือถือ: 0985953696
  • ที่อยู่/สถานที่ติดต่อ: ละหานทราย
  • ระบุจังหวัด: บุรีรัมย์

ข้อมูลประกาศ

« เมื่อ: ธันวาคม 28, 2557, 05:27:28 PM เข้าชม 847 ครั้ง| 0 คอมเมนต์ »



  ประเภท : บอร์ดสนทนา                


รายละเอียดประกาศ



การที่จะพบธรรม
               พบธรรมได้กับสิ่งที่เราเกี่ยวข้องต่อหน้าเท่านั้น ไม่ต้องไปตามหาที่อื่นๆที่สำนักไหน ที่วัดไหน แสวงหาสิ่งที่เราต้องการ อยากมี อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น   แสวงหาผล หาสิ่งสำเร็จรูป หาสิ่งที่เป็นดุ้นเป็นท่อน เป็นตัวตน เป็นสิ่งที่ไม่มี เป็นมิจฉาทิฏฐิ สุขทุกข์ไม่ไช่เกิดมาจากกรรมเก่า กรรมเก่าเป็นแค่ปัจจัยเท่านั้น  สุขทุกข์เกิดมาจากความเห็น ความเห็นเป็นสัจจะกระทำอย่างสัจจะ ความเห็นเป็นมิจฉา กระทำอย่างมิจฉา การกระทำทุกครั้งประกอบไปด้วย เหตุและปัจจัย สุขทุกข์ เกิดจากเหตุ  สัมมาทิฏฐิเหตุปรากฏความสงบสุขนิพพาน มิจฉาทิฏฐิเหตุเกิดทุกข์ที่พอใจ หรือทุกข์ที่ไม่พอใจในวัฏฏสงสารเวียนว่ายตายเกิด  “พระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งไดๆเกิดจากเหตุ สิ่งนั้นดับที่เหตุ พระองค์ตรัสเหตุแห่งธรรมนั้น” เราก็ไม่หลงใหลปัจจัยนั้นๆ ไม่เกียดชั่วไม่หลงใหลความดี ไม่ได้ทำหน้าที่ ไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่หน้าที่
              จะพบธรรมจะต้องจุติมาเป็นมนุษย์เท่านั้น คนไม่ใช่มนุษย์ คนเกิดโดยชราพุดชะกำเนิด  มนุษย์เกิดโดยโอฏิกะกำเนิดจากชราพุดชะนั้น จงมาทำความเข้าใจในภาษาธรรมให้ขัดเจนเสียก่อนจะหลงประเด็น  แล้วเราก็จะพบธรรมได้กับสิ่งที่เรากี่ยวข้องต่อหน้าอย่างชัดเจนอย่างยิ่ง โดยเห็นวิชา 4 เห็นสภาวธรรม เห็นสัจจะธรรม เห็นปฏิบัติธรรม เห็นปฏิเวธธรรม กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเกี่ยวข้องที่อยู่ต่อหน้า เราก็เป็นผู้มี ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเครื่องมือเดินทางดำเนินไปของการมีชีวืตที่บริสุทธิบริบูรณ์ สงบสุขนิพพาน ก่อนกายสังขารจะสลายไปในที่สุด วิญญาณเราก็อยู่กับลูกหลานญาติมิตรทรั้งหลาย “พระพุทธองค์ตรัสว่าถ้าใครเอาเราเป็นกัลยาณมิตรจะถึงความไม่ตาย มัฌจุราชจะมองไม่เห็นตัว” มนุษย์ทุกรูปทุกนามต้องรู้ธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อการทำหน้าที่ของทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราเป็นอยู่ ทุกภาวะทุกฐานะ
 ศาสตร์ที่เจ้าฟ้าชายสิทธัตถะค้นพบ คือ
1.    วิชชา 4 (อริยสัจ 4 )
2.    วิธีการ 3 (ไตรสิกขา)
3.    ปฏิบัติการณ์ 8 (อริยมรรค)
วิชชา 4 อริยสัจ 4 คือ
•        สภาวธรรม ความเป็นธาตุ                     (ทุกข อริยสัจ)
•        สัจธรรม กฎของธรรมชาติ                    (ทุกข สมุทัยอริสัจ)
•        ปฏิบัติธรรม หน้าที่ของธรรมชาติ           (ทุกข นิโรธอริยสัจ)
•        ปฏิเวธธรรม ปรากฎการณ์ของธรรมชาตื (ทุกข์ นิโรธคามินีปฏิปทา อริยสัจ)
ความที่เห็นรู้วิชา 4 นั้นคือการเห็นรู้สัจจะของสิ่งที่สังขารกันขึ้น นั้นทำให้เห็นรู้ความสามัญ คิดโดยความสามัญ ความเห็นรู้ก็ บริสุทธิ์ ชัดเจนมั่นคง ณ สิ่งนั้น เป็นอกาลิโก โอปะนะยิโก เห็นรู้สิ่งที่สังขารกันขึ้นอย่างครบถ้วน การปรากฎ ศีล สมมาธิ ปัญญา ในธรรมชาติของกายสังขารนั้นๆ ในมนุษย์รูปธาตุนั้นให้ทำน้าที่อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ สงบสันติสุข
วืธีการ 3 ไตรสิกขา คือ
•        เห็นความสามัญ-คิดสื่งที่ถูกเห็นโดยความาสมัญ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัป                  (ศีล)
•        เห็นสิ่งที่ถูกเห็น อย่าง บริสุทธ์-ขัดเจนมั่นคง-ณ ต่อหน้านั้นเป็นสมาธิที่มีบริขาร 7 บริสุโธ สมาหิโต กัมนีโย (สมาธิ)
•        เห็นสิ่งที่อาศัยกันปรากฏขึ้น ได้ ครบถัวนอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์                                (ปัญญา)
ศีลป สมาธิ ปัญญา  จะเป็นเครื่องมีอที่จะไว้ทำหน้าที่นั้นๆ
ปฏิบัติการณ์ 8 อริยมรรค คือ
•        เห็นความสามัญ  (สัมมาทิฏฐิ)
•        คิดสิ่งที่ถูกเห็นโดยความสามัญ               (สัมมาสังกัป)
•        วาจาสัจจะ สัจจานุรักขนา                      (สัมมาวาจา)
•        การกระทำปราศจากเจตนาเราเขา           (สัมมากัมมันตะ)
•        ตำรงค์ชีวิตทรงไว้ซึ้งธรรม                       (สัมมาอาชีวะ)
•        ตำเนินไปโดยความบริสุทธิ์บริบูรณ์            (สัมมาวายามะ)
•        รู้กิจต่อหน้านั้น                                         (สัมมาสติ)
•        เห็นรู้อย่าง บริสุทธิ์-ชัดเจนมั่นคง-สิ่งต่อหน้า (สัมมาสมาธิ)
เอกยมรรค มี คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเครื่องมือทำหน้ที่บนวิถีทางมีองค์ประกอบ 8 อย่าง ในการปฏิบัติการณ์อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ในความเป็นมนุษย์
กฏแห่งความเวียนว่ายเกิดตายโอปปาติกะวัฏฏของสามภพสามชาติ
           กายสังขารนี้ สังขารกันขึ้นแล้ว ก็เป็นบอดี้ของคน ประกอบกันด้วยธาตุ 6 คือ
1.    ธาตุ ดิน
2.    ธาตุน้ำ
3.    ธาตุลม
4.    ธาตุไฟ
5.    อากาศธาตุ
6.    วิญญาณธาตุ
เมื่อสังขารกันแล้วก็มีคุณสมบัติ 5 อย่าง คือ
1.    รูปธาตุ
2.    เวทนาธาตุ
3.    สัญญาธาตุ
4.    สังขารธาตุ
5.    วิญญณธาตุ
เมื่อยังไม่มีเจโตวิมุต ปัญญาวิมุต  เมื่อไปเกี่ยวข้องกับมหาภูตรูป 4 คือ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ก็ให้ความหมายในรูปนั้น ก็ปรากฏผัสสะ
1.    ผัสสะ คือ รูปขันธ์                                 (เป็นที่ตั้งแห่งอารมณ์)
2.    ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนาขันธ์          (ความรู้สึกต่ออารมณ์ต่อรูปที่ดี รูปที่ไม่ดีนั้น)
3.    เวทนาขันธ์เป็นปัจจัยให้เกิดสัญญาขันธ์ (มีความมั่นหมายในรูปนั้น)
4.    สัญญาขันธ์เป็นปัจจัยให้เกิดสังขารขันธ์ (ความนึกคิดปรุงแต่งในความหมายนั้น)
5.    สังขารขันธ์เป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณขันธ์ (ก็รู้อย่างที่นึกคิดปรุงแต่งนั้น)
นี้คือเบญจขันธ์ เบญจขันธ์ที่หยั่งลงในหมู่สัตว์ เป็นสมุฐานแห่งการปรากฏปฏิจสมุปบาทในวัฏฏะสงสารสามภพสามชาติ เวียนว่ายตายเกิดในรูปของโอปาติกะกำเนิดในกายสังขารนี้  ของกามภพ รูปภพ อรูปภพ เกิดในรูปของคนดี เกิดในรูปของคนชั่ว ในขบวนการของปฏิจสมุปาท 12 อาการ คือ
1.    ในขันธ์หนึ่งหรือหลายขันธ์เป็นสมุฐานของ อวิชชา
2.    อวิชชาเป็นปัจจัยให้ปรากฏสังขาร
3.    สังขารเป็นปัจจัยให้ปรากฏวิญญาณ
4.    วิญญาณเป็นปัจจัยให้ปรากฏนามรูป
5.    นามรูปเป็นปัจจัยให้ปรากฏอายตนะ
6.    อายตนะเป็นปัจจัยให้ปรากฏผัสสะ
7.    ผัสสะเป็นปัจจัยให้ปรากฏเวทนา
8.    เวทนาเป็นปัจจัยให้ปรากฏตัณหา
9.    ตัณหาเป็นปัจจัยให้ปรากฏอุปาทาน
10. อุปาทานเป็นปัจจัยให้ปรากฏภพ
11. ภพเป็นปัจจัยให้ปรากฏชาติ
12. ชาติเป็นปัจจัยให้ปรากฏ ทุกข์-ฃรามรณะ
นี้คือขบวนการกำเนิด ภพ ชาติ เกิดดี เกิดไม่ดี โอปาติกะกำเนิดในชราพุชะนี้ (เกิดทางซอฟแวร์ ฮาดร์แวร์นี้ นี่แหละคือการเกิดทุกครั้งเป็นทุกขเวทนาทุกครั้ง
 
กฎแห่งความไม่เกิด
             เมื่อเห็นรูปธาตุ> เห็นกฎแห่งความเป็นธรรม >เห็นกิจของธรรมชาติ>เห็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติ
ก็มีคุณสมบัติ สามอย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมที่จะทำหน้าที่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใด  โดยมัชฌิมาปฏิปทาอริยสัจ ประกอบด้วยองค์แปด  นี้คือผลผลิตความเห็นรู้ธรรมชาติในขบวนการอริยสัจ 4 คือ
1.    อริยสัจ 4 วิชชาการ
2.    มีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นคุณสมบัติ ทำหน้าที่ในรูปเครื่องมือ 
3.    มีอริยมรรคมีองค์แปดเป็นปฏิบัติการของวิถีทาง มรรคคาปฏิปทาอริยสัจ ของการทำหน้าที่นั้นๆ
           ไม่ต้องเกิดเป็นผู้ทำ  เพราะมี ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นคุณสมบัติ ทำหน้าที่โดยคุณสมบัติ ไม่ได้ทำโดยเจตนาของคน เพราะไม่มีคนเกิด จะเป็นทุกขเวทนาได้อย่างไร การตายย่อมไม่มีเป็นธรรมดา มีแต่ธรรมชาติล้วนๆดำเนินไป โดยคุณสมบัติของสิ่งที่สังขารกันขึ้น เท่านั้น (สิทธัมมาปวัตตันติ)   นี้คือสมาทานสัมมาทิฏฐิ
(ต่อพบธรรม)
9.    ตัณหาเป็นปัจจัยให้ปรากฏอุปาทาน
10.    อุปาทานเป็นปัจจัยให้ปรากฏภพ
11.    ภพเป็นปัจจัยให้ปรากฏชาติ
12.    ชาติเป็นปัจจัยให้ปรากฏ ทุกข์-ฃรามรณะ
นี้คือขบวนการกำเนิด ภพ ชาติ เกิดดี เกิดไม่ดี โอปาติกะกำเนิดในชราพุชะนี้ (เกิดทางซอฟแวร์ ฮาดร์แวร์นี้ นี่แหละคือการเกิดทุกครั้งเป็นทุกขเวทนาทุกครั้ง
 
กฎแห่งความไม่เกิด
             เมื่อเห็นรูปธาตุ> เห็นกฎแห่งความเป็นธรรม >เห็นกิจของธรรมชาติ>เห็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติ
ก็มีคุณสมบัติ สามอย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมที่จะทำหน้าที่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใด  โดยมัชฌิมาปฏิปทาอริยสัจ ประกอบด้วยองค์แปด  นี้คือผลผลิตความเห็นรู้ธรรมชาติในขบวนการอริยสัจ 4 คือ
1.    อริยสัจ 4 วิชชาการ
2.    มีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นคุณสมบัติ ทำหน้าที่ในรูปเครื่องมือ 
3.    มีอริยมรรคมีองค์แปดเป็นปฏิบัติการของวิถีทาง มรรคคาปฏิปทาอริยสัจ ของการทำหน้าที่นั้นๆ
           ไม่ต้องเกิดเป็นผู้ทำ  เพราะมี ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นคุณสมบัติ ทำหน้าที่โดยคุณสมบัติ ไม่ได้ทำโดยเจตนาของคน เพราะไม่มีคนเกิด จะเป็นทุกขเวทนาได้อย่างไร การตายย่อมไม่มีเป็นธรรมดา มีแต่ธรรมชาติล้วนๆดำเนินไป โดยคุณสมบัติของสิ่งที่สังขารกันขึ้น เท่านั้น (สิทธัมมาปวัตตันติ)   นี้คือสมาทานสัมมาทิฏฐิ
 


 
วัยมัชฌิมาสร้างงานไว้ทำตอนวัยสูงอายุดีกว่า
หาเงินไว้กินตอนแก่แล้วไม่ทำงาน
           
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 29, 2557, 03:48:47 PM โดย admin »