หน้าแรก         ติดต่อเรา         เห็นอะไรเขียนเอาไว้         บทวิจาร บทวิเคราะห์         แฟ้มเอกสารของชมรม         หลักสูตรปฏิบัติธรรม         ลิงค์ E-book แจกดวงตาธรรม    
.

หมวดเมนู




เมนูแนะนำ


ผู้ใช้ขณะนี้: 1 คน

 

  



 
 
 







หมวดเมนู: ศีล-สมาธิ-ปัญญา คือ อะไร
ศีล-สมาธิ-ปัญญา คือ
26-09-2010 Views: 3597

ศีล คือ

ศีล คือเห็นความสามัญ คิดโดยความสามัญ (สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ)คือศีล พุทธเจ้าตรัสว่า สัมมาทิฏฐิสมาทานังสัพพังทุกขังอุปัจคุง จะปราศจากทุกข์ทั้งปวงได้เพราะสมาทานสัมมาทิฏฐิ ศีลมีได้เพราะเห็นความจริงของสิ่งที่สังขารกันขึ้นโดยบริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน ศีลมีไว้เพื่อปฏิบัติหน้าที่นั้นๆโดยมีเทคนิคศีลปะถูกกาละเทศะมีจังวะ ศีลทำหน้าที่เห็นธาตุเห็นธรรมของสิ่งต่อหน้าโดยความสามัญ

       เวลานี้เราพูดกันสอนกันว่าเราไม่มีจริยธรรมเพราะขาด ศีล 5 พูดอย่างนี้มิจฉาทิฏฐิ

         เราไม่มีจริยธรรมเพราะขาด ศีล  ไม่ใช่พูดว่าขาด ศีล5

มาศึกษาเรื่องศีลกันเสียใหม่ ถ้าศีลคือ ศีล 5 ศีล 8 ศีล10 ศีล 227  ถ้าเอาสิกขาบท 5-8-10-227 มาเป็นศีลแล้วจะปรากฏสมาธิปัญญาได้อย่างไรลองเอาไปคิดดูซิครับ เวลานี้เราพูดกันว่า ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นส่วนๆไปหมดแล้ว 

         ศีล สมาธิ ปัญญา โดยบัญญัติแยกกันเป็น 3 คำ โดยสภาวะแยกกันไม่ได้ ศีลเอื้อให้ปรากฏสมาธิ สมาธิเอื้อให้ปรากฏปัญญา เป็นสมังคีกันโดยมั่นคง

สมาธิ คือ

สมาธิคือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ คือ ความบริสุทโธ สมาหิโต กัมนีโย สมาธิคือเห็นรู้อย่างเพียวๆ มีความชัดเจนมั่นคง มีความว่องไว สมาธิคือ เอกคตาจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ สมาธิที่เจ้าชายสิตธัตถะตรัสรู้ และเป็นคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า

ปัญญา คือ

ปัญญาคือ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ  ปัญญาคือ รู้ความจริงครบถ้วนในสิ่งที่สังขารกันขึ้น ปัญญาคือ รู้วิชชาครบถ้วนองค์ 4 คืออริยสัจ 4 ปัญญาคือ รู้ของที่เอามาไว้ต่อหน้าเท่านั้น รู้อดีต รู้อนาคตเป็นสัญญาญาณ นี้คือปัญญา

 

ขันธ์ 5 คือ

1.   รูปขันธ์ คือ การให้ความหมายต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นรูปที่พอใจ เป็นรูปที่ไม่พอใจ

2.   เวทนาขันธ์ คือ รู้สึกพอใจไม่พอใจในรูปนั้น

3.   สัญญาขันธ์ คือ มีความมั่นหมายในรูปที่พอใจในรูปที่ไม่พอใจ

4.   สังขารขันธ์ คือ เอารูปที่พอใจ เอารูปที่ไม่พอใจ มานึกคิดปรุงแต่ง ในความหมายนั้นๆ

5.   วิญญาณขันธ์ คือ รู้ตามที่รูปที่ปรุงแต่งแล้วนั้น

นี้คือขันธ์ 5ขันธ์ 5 คือสมุฐานการปรากฏของอวิชชาทำให้ปรากฏขบวนการเกิดภพชาติวัฏฏะสังสาร

?       กามภพ 5 ขันธ์

?        รูปภพ 3 ขันธ์ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์

?       อรูปภพ 1 ขันธ์ คือ สัญญาขันธ์

 

การเกิดทุกครั้งประกอบปัจจัย คือ

การเกิดเป็นตัวเราของเราได้มาจากข้อมูลเท็จ ข้อมูลเท็จคือข้อมูลถูกให้ความหมายและปรุงแต่งมาแล้ว เอาความรู้ไปรู้ ไม่รู้สิ่งที่ถูกรู้ ไม่รู้ธาตุ ไม่รู้ธรรม รู้เป็นอย่างอื่น เรียกว่าอวิชชา วิญญาณจึงได้หยั่งลงในกายะสังขารนั้นๆ  ก็ ปรากฏเป็นภพชาติหนึ่งภพชาติใด สิ่งที่ปรากฏขึ้นจากการสังขารกันขึ้น ย่อมมีลัก

สภาพเดิมไม่ได้ มีความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ตัวของสิ่งนั้นเองอาศัยปัจจัยทรั้งหลายสังขารกันขึ้น  สังขารกันขึ้นไนรูปขบวนการหรือคำว่าปฏิจสมุปบาท มี 12 คือ

1.   อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร

2.   สังขาร เป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ

3.   วิญญาณ เป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป

4.   นามรูป เป็นปัจจัยให้เกิดสฬายตน

5.   สฬายตน เป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ

6.   ผัสสะ เป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา

7.   เวทนา เป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา

8.   ตัณหา เป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน

9.   อุปาทาน เป็นปัจจัยให้เกิดภพ

10.               ภพ เป็นปัจจัยให้เกิดชาติ

11.               ชาติ เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์

12.               ทุกข์

?       ทุกขสภาวะ  เป็นสัจจะแห่งทุกข์

?       ทุกขลักษณะ เป็นลักษณะของทุกข์ ไดรลักษณ์ มี 3 คือ

1.   ทนอยู่สภาพเดิมไม่ได้

2.   มีการเปลี่ยนแปลง

3.   ไม่ใช่ตัวของสิ่งนั้นเองอาศัยสังขารกันขึ้น

1.   ทุกขเวทนา เป็นความรู้สึกต่ออารมณ์ที่ปรุงแต่ง

การเกิดทุกครั้งประกอบด้วยสองส่วนรูปกับนามคือ

1.   รูปธรรม กายะสังขาร-ร่างกาย-ฮาร์ดแวร์-ชราพุดชะกำเนิด

2.   นามธรรม ความรู้ที่ไม่จริงเป็นอวิชชา-ความคิดผิดจากความสามัญ-ซอฟแวร์ที่ได้ข้อมูลเท็จ-โอปปาติกะกำเนิด

มีร่างกาย ถ้ามีความเห็น เห็นความสามัญ คิดโดยความสามัญ รู้สัจจะ ธรรมชาติล้วนๆหมุนเวียนไป สุทธิ ธัมมา ปวัตตันติ เป็นการอุบัติขึ้น อริยะบุคลเป็นการอุบัติขึ้น เท่านั้น

มีร่างกาย มีความเห็น เห็นผิดจากความสามัญ คิดผิดจากความสามัญ ความรู้เป็นอวิชชา ก็เกิดโอปปาติกะกำเนิดในชราพุดชะกำเนิดนั้นๆ

มีฮาร์ดแวร์ที่สมบูรณ์ เขียนโปรแกรมที่ข้อมูลจริง ฮาร์ดแวร์ก็ทำงานเสถียร

มีฮาร์ดแวร์ที่สมบูรณ์ เขียนโปรแกรมที่ข้อมูลเท็จ ฮาร์ดแวร์นั้นก็ทำงานมีปัญหา

นี้คือศาสตร์ทีเจ้าชายสิตธัตถะพบแล้วเอามาแสดงให้มนุษย์เห็นมนุษย์รู้ และให้โอวาทแด่ภิษุสงฆ์ไปประกาศพรหมจรรย์ ให้งามในการ่ริมต้น ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยความงามที่ขณะแสดงธรรม ให้จบลงโดยบริสุทธิ์ด้วยความงาม

พุทธศาสตร์นี้ประกอบด้วยสามส่วน

1.   วิชชาการ 4 อรืยสัจ    เป็นวิชชาให้ปรากฏปัญญา

2.   วิธีการ    3 ไตรสิกขา เป็นศีล สมาธิ ปัญญา

3.   วิถีทาง   8  อริยมรรค เป็นทางที่ดำเนินไปโดยความบริสุทธิ์บรืบูรณ์

1.   พระพุทธ  ความรู้วิชชาที่สะอาด บริสุทธิ์บริบูรณ์

2.   พระธรรม สิ่งที่ถูกรู้ ธาตุ ธรรม ปฏิจสมุปบาท

3.   พระสงฆ์ ผู้ที่ปฏิบัติตามหน้าที่ของธรรมชาตินั้น

 



หน้าแรก | ติดต่อเรา | เห็นอะไรเขียนเอาไว้ | บทวิจาร บทวิเคราะห์ | แฟ้มเอกสารของชมรม | หลักสูตรปฏิบัติธรรม | ลิงค์ E-book แจกดวงตาธรรม
..SIAMHOST.. ชมรมประกาศพรหมจรรย์